- ๐.*.๐ - Cinderella 3225 - ๐.*.๐ -

- ๐.*.๐ - Cinderella 3225 - ๐.*.๐ - วันที่ 61 ปีกนางฟ้า

Cinderella 3225
Author กัลฐิดา

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


สวัสดีค่ะ


นิยายเรื่องนี้ทำให้กัลได้ลองอะไรเยอะมาก
และทำให้กัลชนกำแพงแห่งความยากลำบากเยอะมากเหมือนกัน
ขอบคุณที่เดินมาด้วยกันจนถึงตรงนี้นะคะ


ตอนนี้เป็นตอนสุดท้ายของช่วงที่สองของนิยายเรื่องนี้ค่ะ
ช่วงที่สามซึ่งเป็นช่วงสุดท้ายจะมาถึงมือคนอ่านในเร็ววัน
ช่วยอดใจรอด้วยนะคะ



อ่านให้สนุกค่ะ
เจอกันวันที่ 1 กันยายนค่ะ ^^
กัลฐิดา


---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


วันที่ 61 ปีกนางฟ้า


---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


ซานโดร่าเลิกคิ้วกับใบหน้าอมยิ้มของพ่อบ้านมือหนึ่งของคฤหาสน์ครอส สองสามวันมานี้ทั้งเจ้านายและลูกน้องของบ้านหลังนี้แปลกด้วยกันทั้งคู่เลย

“มีอะไรติดหน้าฉันหรือเปล่าคะ” ซานโดร่าถามขณะยอมให้กิลรับกระเป๋าสะพายใบเก่งของเธอไป

“หิวไหมครับ” กิลเปลี่ยนเรื่อง

ซานโดร่าจ้องพ่อบ้านนิ่ง “มีอะไรจริงๆ ด้วยสินะคะ”

กิลยิ้มกว้าง “ไม่มีครับ เดี๋ยวผมไปเตรียมอาหารเย็นก่อน”

ซานโดร่ามองตามแผ่นหลังตั้งตรงของกิลอย่างสงสัย ก่อนจะส่ายหน้าอย่างไม่ใส่ใจ หญิงสาวเดินไปที่ห้องพอดีกับที่ซินเดลต่อสายเข้ามา

“ว่าไงเพื่อนสาว” ซานโดร่าเอ่ยทักทายพร้อมกับเริ่มถอดเสื้อผ้าออก เธอเพิ่งกลับมาจากการสอนพิเศษภาคสนามให้แก่นักศึกษา ตัวเหม็นเหงื่อจะแย่

“ได้เรื่องแล้วซาน”

“เรื่องว่า...” ซานโดร่าถามพร้อมกับเอียงคอมองกระดาษโน้ตที่ติดอยู่หน้าประตูห้องน้ำที่เขียนด้วยลายมือคุ้นตาว่า

เปิดตู้เสื้อผ้า

“พิธีกรรมที่ซ่อนอยู่ในค่ายกลอักษรพวกนั้น มันเชื่อมต่อกับเนื้อหาที่ฉันมีอยู่ในมือก่อนหน้านี้พอดี”

“ก็ข่าวดีนี่นา” ซานโดร่าตอบ ขณะเดินไปที่ตู้เสื้อผ้าแล้วเปิดออก

ชุดราตรีสีน้ำเงินสดซึ่งเว้าด้านหลังจนลึกปรากฏแก่สายตา ซานโดร่าเบิกตาโต ขณะฟังเพื่อนพูดไปด้วย

“เป็นพิธีกรรมให้กำเนิด แปลกนะซาน”

“แปลกยังไง” ซานโดร่าถามอย่างอยากรู้ พลางแตะเนื้อผ้าอย่างหลงใหล ไม่มีผู้หญิงคนไหนที่ไม่ชอบเสื้อผ้าสวยๆ หรอก แต่ติดตรงที่ว่า...ชุดนี้มันไม่เหมาะกับเธอน่ะสิ

“ทุกสถานที่ที่มีอักษรแองเจลลิกทิ้งไว้ ล้วนเขียนถึงสิ่งนี้ เพียงแต่อยู่ในรูปแบบต่างๆ กันไป”

ซานโดร่านิ่ง แล้วหันไปที่ที่เธอวางเอ็มพีซีไว้ เธอก้าวเข้าไปกดเรียกหน้าจอ แล้วภาพของซินเดลก็ปรากฏขึ้น

“กำลังจะอาบน้ำเหรอ”

ซานโดร่าพยักหน้า “อื้อ ซิน...เธอจำสถานที่ที่ฉันกับลีเดียเข้าไปติดอยู่ด้วยกันได้ไหม”

“ได้ ทำไม”

ซานโดร่าลากหน้าจอที่แสดงหน้าเพื่อนไปไว้ด้านข้าง แล้วเรียกไฟล์ข้อมูลที่เก็บเอาไว้ซึ่งไม่เคยบอกใครออกมา

“หลายปีมาแล้วที่ฉันวิเคราะห์มัน”

“อะไรนะ เธอวิเคราะห์ค่ายกลนั่นคนเดียวงั้นเหรอซาน!” ซินเดลถามเสียงสูงอย่างตกใจ

ซานโดร่าเหลือบตามาสบดวงตาห่วงใยของเพื่อน

“มันคือคู่ต่อสู้ที่ฉันพ่ายแพ้ ฉันปล่อยมันไปโดยไม่ทำอะไรสักอย่างไม่ได้หรอก”

“โธ่!...ซาน แต่มันอันตรายมากเลยนะ”

ซานโดร่ายิ้มจืด ใช่มันอันตราย หลายครั้งที่มันทำให้เธอสติหลุด และผลลัพธ์จากการสติหลุดก็ไม่น่าอภิรมย์นักหรอก

“ใช่ แต่มันก็คุ้มค่ารู้ไหม ซิน นี่...คือผลวิเคราะห์ที่ได้” ซานโดร่าตอบพร้อมกับส่งข้อมูลให้ซินเดล พลางอธิบายต่อ

“ฉันไม่รู้ว่ามันแปลว่าอะไร แต่ฉันสัมผัสได้ ค่ายกลพลังจิตนั่น มีขึ้นเพื่อปกป้องคนภายนอกไม่ให้เข้าถึงวงมนตราของพิธีกรรมบางอย่าง ซึ่งไม่ควรจะเป็นที่ที่ผู้หญิงสองคนอยู่ด้วยหรอก”

ซินเดลไล่สายตาไปตามข้อมูลที่เพื่อนเพิ่งส่งให้ “ซาน...นี่มัน...”

“ดีนะที่รุ่นพี่มาช่วยไว้ทัน ไม่งั้น...ฉันนึกแล้ว...เอ่อ อย่าให้ฉันพูดเลย” ซานโดร่าทำท่าขนลุก ก่อนจะหันไปมองเพื่อนที่ตื่นตะลึงกับสิ่งที่เพิ่งได้รับ

“อะไรซิน มีอะไรหรือเปล่า”

“ซานโดร่า เมลล์ฟิช ฉันจะทำยังไงกับเธอดี” น้ำเสียงดีใจอย่างปิดไว้ไม่มิด ทำให้ซานโดร่าเลิกคิ้ว

“เธอโดนมนตร์สะกดเข้าหรือไงซิน”

“เปล่า เธอต่างหากที่โดน” ซินเดลตอบกลับ

“อะไรนะ” ซานโดร่าทวนถามเสียงสูง

“มันคือมนตร์คลายสะกดนางฟ้า ซานโดร่า เมลล์ฟิช เธอบอกฉันมาตามตรง เธอไม่รู้ตัวเลยเหรอว่าตัวเองมีสายเลือดของชนเผ่านางฟ้าอยู่ในตัว”

ซานโดร่ามองใบหน้าเพื่อนสนิทตาค้าง เธอกอดตัวเองโดยอัตโนมัติ “ไม่รู้สิ ซิน แต่นั่นตอบความรู้สึกแปลกๆ บนแผ่นหลังนี้ได้”

คำตอบที่เบาหวิวของซานโดร่า ทำให้ซินเดลหูผึ่ง “มันเกี่ยวกับแผลที่กางหลังของเธอใช่ไหม”

ซานโดร่าส่ายหน้า “ไม่รู้สิ ฉันนึกไม่ออก รู้แต่ว่าก่อนที่รุ่นพี่จะมาช่วยเหมือนมีไอพลังประหลาดปกป้องพวกเราไว้ แล้วมันก็เกิดขึ้นอีกในบางเวลาที่ฉันสติเลือนๆ ตอนที่ฉันพยายามค้นคว้าเกี่ยวกับค่ายกลนั้น เพราะสงสัยเรื่องนี้แหละ เธอ...เรียกมันว่าอะไรนะ”

“มนตร์คลายสะกด ในอารยธรรมของชมชุมนางฟ้า หากสายเลือดที่แต่งงานออกนอกชุมชนไปนานๆ แล้วเกิดมีทายาทที่แสดงพลังขึ้น ผู้คุมกฎของชุมชนจะปรากฏตัวเพื่อสะกดพลังนั้น ก่อนที่เด็กคนนั้นจะใช้พลังจริง แต่ในบางสถานการณ์จะคลายพลังได้”

“หมายความว่าไง บางสถานการณ์” ซานโดร่าถาม

ซินเดลส่ายหน้า “ยังไม่แน่ใจนัก จากบันทึกของสเตล่าที่ฉันมีอยู่ในมือ มีข้อมูลไม่มาก ขนาดผู้คุมกฎรู้ได้ยังไงว่ามีสายเลือดของนางฟ้าปรากฏขึ้นบนโลกก็ยังไม่แน่ ชัดเลย แต่มีอย่างหนึ่งที่แน่นอน”

ซานโดร่าหรี่ตา “อะไร”

“เธอรู้อยู่แล้วล่ะน่า ซาน” ซินเดลตอบด้วยดวงตาพราว

“อย่าบอกนะว่า...” ซานโดร่าอ้าปากจนพูดต่อไม่ออก

“ชนเผ่านางฟ้าเคารพการให้กำเนิด ซาน โบราณสถานของพวกเขาแบ่งประเภทตามพลังจิตวิวัฒน์ ป้องกัน เสริมสร้าง ทำลาย ผสาน ไม่ว่าจะเป็นโบราณสถานที่สร้างขึ้นเพื่อจิตวิวัฒน์แบบไหน มักจะมีขึ้นเพื่อใช้ประกอบพิธีกรรมศักดิ์สิทธ์นั้นเป็นหลัก”

ซานโดร่าถอนหายใจยาวพร้อมกับยกมือขึ้นนวดขมับ

“ช่างมันก่อนเถอะ เอาปัญหาเรื่องสายเลือดฉันก่อนดีไหมซิน ไปไงมาไงฉันถึงได้มีสายเลือดนี้ได้ล่ะ บ้าไปแล้ว”

“เอาน่าซาน ต่อให้เธอไม่มีสายเลือดนี้ เธอก็ก้าวมาไกลเกินไปแล้ว” ซินเดลปลอบ

ซานโดร่าพยักหน้ารับเบาๆ แล้วยิ้มออกมา

“เอาเป็นว่าเธอได้ข้อมูลเพิ่มก็พอแล้วนะ”

ซินเดลหัวเราะกับการเปลี่ยนเรื่องที่เร็วยิ่งกว่าพายุของซานโดร่า

“จ้าๆ ขอบใจมาก ฉันจะวิเคราะห์มันต่อเอง แล้ว...วันนี้ท่านประธานาธิบดีไปไหนเสียล่ะ”

ซานโดร่าย่นจมูก แล้วปิดหน้าจอที่แสดงหน้าเพื่อน ก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำ

“ก็ทำงานของเขาสิยะ อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย ท่านประธานาธิบดีก็เลยต้องทำงานหนักน่ะสิ”

“จ้า จ้า โอเค แค่นี้ก่อนนะซาน ทอมเรียกฉันอยู่”

“บาย” ซานโดร่าบอกลาเพื่อน แล้วเปิดน้ำฝักบัวให้ไหลผ่านร่างกายเธอ หญิงสาวยืนนิ่งอยู่กลางสายน้ำเพื่อรับรู้การชำระล้าง และท่ามกลางสายน้ำนั้น ไอร้อนที่แผ่นหลังซึ่งเธอรับรู้ถึงมันมาได้สักพักแล้วก็ปรากฏขึ้น

“พิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์อย่างนั้นเหรอ” ซานโดร่าหัวเราะกับตัวเองเบาๆ คนสมัยก่อนนี่ก็คิดอะไรที่โรแมนติกดี ชนเผ่านางฟ้าเป็นชนเผ่าที่นิยมความรักเดียวใจเดียว มันคงใช้ไม่ได้กับเธอหรอก

...คุณดีที่สุด และจะไม่มีใครดีกว่า

คงมีแต่ผู้ชายบ้าๆ คนนั้นเท่านั้นแหละ ซานโดร่าคิด ขณะเริ่มชำระล้างร่างกายก็ได้ยินเสียงเอ็มพีซีดังขึ้น หญิงสาวจึงส่งพลังจิตไปรับโทรศัพท์ แล้วเสียงของคนที่เธอกำลังคิดถึงก็ดังเข้ามา

“ว่าไงคะ”

“อาบน้ำอยู่เหรอครับ” เสียงทุ้มดังก้องขึ้นในห้องน้ำ

“ก็คงอย่างนั้น มาอาบด้วยกันไหมคะ”

“ผมเกรงว่าคงต้องเป็นวันพรุ่งนี้แล้วละครับ” ชายหนุ่มตอบด้วยน้ำเสียงที่ดูยุ่งยากใจ

ซานโดร่าปิดน้ำ แล้วดึงผ้าขนหนูมาพันรอบตัว “งานด่วนเหรอคะ”

“ครับ กินข้าวคนเดียวได้ไหม” ชายหนุ่มถามอย่างเป็นห่วง

ซานโดร่าย่นจมูกให้ตัวเอง ขณะมองกระจกห้องน้ำ “ฉันกินข้าวคนเดียวมาสามสิบปีแล้วค่ะ ถ้าคุณลืม”

บ้าจัง อย่าทำตาละห้อยเหมือนแมวเหงาอย่างนี้ได้ไหม ซานโดร่า หญิงสาวว่าตัวเอง

“โอเคครับ แล้วเจอกัน”

สายตัดไปก่อนที่หญิงสาวจะก้าวออกจาก ห้องน้ำ หญิงสาวมองเอ็มพีซีเล็กน้อย แล้วเดินไปที่ตู้เสื้อผ้า ก่อนจะหยิบชุดราตรีที่เขาเตรียมไว้ให้เธอออกมา

“ไหนๆ ก็ไม่ได้ออกไปไหนแล้ว ลองใส่สักหน่อยดีกว่า”

สิบนาทีต่อจากนั้น...

ซานโดร่าหมุนตัวไปมาหน้ากระจกบานใหญ่ ชุดราตรีนี้ตัดมาเพื่อเธอ หญิงสาวรับรู้ได้ มันพอดีเกินไป ผู้ชายคนนั้นทำเรื่องอย่างนั้นได้อยู่แล้ว แต่ไม่น่าจะคว้านหลังขนาดนี้

“น่าเสียดายจัง” ซานโดร่าคิดพลางปลดชุดออกจากตัวเอาไปเก็บใส่ตู้ แล้วหยิบเสื้อเชิ้ตของชายหนุ่มมาใส่แทน ปกติถ้าอยู่คนเดียวเธอไม่ชอบใส่เสื้อผ้านอน แต่เมื่ออยู่ที่นี่เธอจำเป็นต้องมีอะไรปิดบังร่างกายในห้องส่วนตัวที่ไม่ เป็นส่วนตัวนี้บ้าง เธอเลยใช้เสื้อเชิ้ตของเขามาเป็นชุดนอนของเธอชั่วคราว แล้วดูเหมือนเจ้าของห้องตัวจริงจะชอบมันมากด้วยสิ

“วันนี้ก็ยึดห้องนี้เป็นของเราได้น่ะสิ ดีเลย” หญิงสาวพึมพำ ขณะทิ้งตัวลงบนโซฟา ยกขาขึ้นนั่งขัดสมาธิโดยไม่สนใจว่าท่าทางนั้นจะทำให้เธอเซ็กซี่ขนาดไหน หญิงสาวกดรีโมตเปิดโทรทัศน์ช่องสารคดีที่เธอตามข่าวอยู่ แต่กลับปรากฏใบหน้าของผู้ชายที่บอกให้เธอกินข้าวคนเดียว

“แมวน้อย กินข้าวหรือยัง”

ซานโดร่าขมวดคิ้ว แวบหนึ่งเธอคิดว่าเขาต่อสายเข้ามา แต่น่าจะเป็นไฟล์บันทึกที่เขาส่งเข้ามามากกว่า

“คิดถึงผมไหม” อีกฝ่ายถาม

ซานโดร่าย่นจมูก “คิดถึงแล้วยังไง จะบินมาหาฉันหรือไง”

“ผมทำอาหารเย็นไว้ให้คุณด้วย เสียดายที่ไม่ได้กินด้วยกัน กินให้หมด เข้าใจไหม”

ซานโดร่าหันซ้ายหันขวา ก็เพิ่งสังเกตบนเคาน์เตอร์เครื่องดื่มมีจานที่ครอบด้วยฝาครอบสแตนเลสตั้งอยู่ด้วย

“นี่เหรอ อาหารที่ว่า” ซานโดร่าพึมพำพร้อมเปิดออกดู

“พาสต้าสตูว์ผักรวม ยังร้อนอยู่เลยนี่”

ซานโดร่าเริ่มกวาดสายตามองไปรอบ ห้องอย่างระมัดระวัง ถ้าไม่ใช่เขาใช้เวทมนตร์เสกให้มันมาอยู่ที่นี่ ก็น่าจะเป็นกิลที่นำมันเข้ามา หญิงสาวคิด ขณะที่จอโทรทัศน์ยังคงฉายภาพที่บันทึกต่อไป

“กินให้หมดนะครับ ผมรู้ คุณต้องไม่ได้กินอะไรมาทั้งวันแน่ๆ”

“ทำเป็นรู้ดี” ซานโดร่าพึมพำขณะตักอาหารกินพร้อมกับยกมามานั่งกินหน้าโทรทัศน์ ดวงตาของเธอไม่ได้ละไปจากใบหน้าของเขา

“อร่อยไหมครับ” อีกฝ่ายถามเหมือนแน่ใจว่าเธอต้องกินอาหารของเขาแน่ๆ ซานโดร่าพยักหน้าหงึกๆ แล้วตักกินต่ออย่างเอร็ดอร่อย

“น้ำมะนาวลอยแก้วที่คุณชอบอยู่ในตู้เย็น ไม่ใช่ของสำเร็จรูปนะครับ ผมทำเอง”

ซานโดร่าเลิกคิ้ว เอี้ยวตัวเอาจานไปวาง และเดินกลับไปที่เคาน์เตอร์อีกครั้งเพื่อเปิดช่องตู้เย็น ในนั้นมีเหยือกน้ำมะนาวลอยแก้วอยู่เหยือกหนึ่ง หญิงสาวดึงออกมาแล้วหันไปสบดวงตากระหยิ่มยิ้มย่อง

“พ่อคนเจ้าแผนการ วางแผนอะไรไว้เนี่ย”

อีกฝ่ายไม่ตอบ เพราะเขาจบวีดีโอไว้ด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนเหมือนทุกครั้งที่เขาเตรียมอาหารให้เธอ

“กินอิ่ม นอนหลับฝันดีนะครับ ลูกแมวน้อย พรุ่งนี้เจอกัน”

ใบหน้าของแมนดิสันถูกแทนที่ด้วยช่อง สารคดีที่เธอต้องการดู แต่ซานโดร่ากลับไม่สนใจมัน หญิงสาวนั่งกินอาหารในจานต่อจนหมด ดื่มน้ำมะนาวลอยแก้วสองแก้ว แล้วเดินเข้าห้องน้ำเพื่อแปรงฟัน ก่อนจะล้มตัวลงบนเตียงที่มีกลิ่นของคนที่คืนนี้ไม่กลับมานอนด้วย เสียงโทรทัศน์ยังดังต่อเนื่องเหมือนเตือนให้หญิงสาวรู้ว่า เธอไม่ได้อยู่คนเดียว หญิงสาวห่อไหล่เล็กน้อยอย่างเหงาหงอย

ความรักเป็นแบบนี้งั้นเหรอ เมื่อก่อนเธออยู่คนเดียวได้โดยไม่รู้สึกอะไร จะกินเมื่อไร จะนอนเมื่อไร ไม่เห็นมีปัญหา แต่ตอนนี้ ทุกอย่างกลับเปลี่ยนไป

“หนาวจัง” หญิงสาวพึมพำแล้วปิดเปลือกตาลงขดตัวมากอดตัวเอง นานเท่าไรไม่รู้ ในสภาพสะลึมสะลือ หญิงสาวก็รับรู้ได้ถึงไออุ่นอันแสนคุ้นเคย เธอซุกตัวอยู่ในความอบอุ่นนั้น เมื่อนิทรารมณ์เคลื่อนผ่านไปสู่จุดที่หญิงสาวฟื้นสติมา หญิงสาวจึงรับรู้ได้ว่าเธอไม่ได้คิดไปเอง มีใครบางคนกำลังกอดเธอไว้

เปลือกตาบางปรือขึ้น “กลับมาแล้วเหรอคะ” หญิงสาวพึมพำพร้อมกับสอดแขนไปกอดชายหนุ่ม พร้อมกับเอียงแก้มเล็กน้อยให้คนที่นอนกอดเธอไว้ประทับลงมาอย่างรักใคร่

“ก็เห็นว่าหนาวเลยต้องมาให้ความอบอุ่นเสียหน่อย” แมนดิสันตอบ

ซานโดร่าซุกหน้ากับอกคนพูดมาก “ใครพูดคะ”

“ใครกันน้า” แมนดิสันตอบด้วยเสียงกลั้วหัวเราะ คนที่นอนหลับตาอยู่จึงตื่นขึ้นเต็มตา

“แมนดิสัน ครอส คุณคงไม่ได้ติดกล้องวงจรปิดไว้ในห้องนี้หรอกใช่ไหม” หญิงสาวถามเสียงเขียว ขณะดันตัวออกห่าง โดยมีมือหนาของคนที่ไม่สนใจอะไรทั้งนั้นลูบไล้ต้นขาของเธออยู่

“ผมเปล่า” ชายหนุ่มตอบขณะกดหน้าลงสูดกลิ่นผิวเนียนของอีกฝ่าย มืออันคล่องแคล่วของเขาปลดกระดุมเสื้อออกสองสามเม็ดตามด้วยใบหน้าที่เริ่ม ซุกไซ้ผิวใต้ร่มผ้านั้นอย่างหลงใหล

“แล้วทำไม...” เสียงของหญิงสาวขาดห้วงไป และถูกแทนที่ด้วยเสียงหอบหายใจ เพราะบทรักที่เริ่มต้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย

“ไปตายอดตายอยากมาจากไหนคะ” หญิงสาวถามเสียงหอบขณะไล้มือไปตามใบหน้าที่สุขสมเพราะร่างกายเธอ

“ผมทำงานไม่หยุดมาสามสิบชั่วโมงก็เพื่อเวลานี้” แมนดิสันพูดด้วยรอยยิ้มทรงเสน่ห์

หญิงสาวจึงก้มจูบให้รางวัลคนตอบดีเสีย หนึ่งอึดใจ ก่อนจะถอนริมฝีปากออกแล้วเปล่งเสียงแห่งความสุขออกมา เมื่ออารมณ์แตกซ่านไปด้วยความรักที่เขามอบให้

แมนดิสันซบหน้าลงกับบ่าของเธอ ในขณะที่ซานโดร่าเองก็ซบใบหน้าลงกับบ่าเขาเช่นกัน มือเล็กโอบกอดแผ่นหลังแกร่งเอาไว้ เข่าสองข้างเบียดชิดเอวแกร่งอย่างถือสิทธิ์ แม้ทั้งสองอยู่ในสภาพหอบหายใจอย่างหนักหน่วง แต่ทั้งคู่ก็ไม่ยอมแยกจากกัน การเสียดสีของร่างกายด้วยจังหวะลมหายใจเดียวกันจึงเกิดความวาบหวามจนสุด บรรยาย

วินาทีนี้นี่เองที่ซานโดร่าเข้าใจในทุก วินาทีอันแสนเจ็บปวดและข่มขื่นทั้งหมดที่ผ่านมา เธอจำเป็นต้องทนรับมันไว้เพื่อมาเจอกับผู้ชายคนนี้ ร่างกายของเธอ หัวใจของเธอ หรือแม้แต่ลมหายใจ มีเพียงเขาเท่านั้นที่เป็นเจ้าของ หญิงสาวแย้มยิ้มกับความคิดนั้น และปล่อยให้น้ำตาแห่งความปลาบปลื้มไหลริน ความร้อนที่ดวงตาส่งผลให้แผ่นหลังเปล่าเปลือยที่กำลังเพลิดเพลินไปกับมือหนา ที่ลูบไล้มันอย่างหลงใหลร้อนวูบวาบขึ้น

พรึบ! พรึบ! พรึบ!

ปีกสีขาวใสบริสุทธิ์กางสยายขึ้นมาจากกลางหลังอันเปล่าเปลือยของซานโดร่า

แมนดิสันเบิกตากว้างมองอย่างตกใจ ในขณะที่หญิงสาวเจ้าของปีกแทบไม่รู้สึกถึงมันด้วยซ้ำ มือหนายกขึ้นเพื่อแตะต้องมัน และก็พบว่ามันเป็นเหมือนภาพมายาที่เขาไม่อาจจับต้อง สิ่งเดียวที่เขารู้สึกได้เมื่อมือของเขาเคลื่อนผ่านปีกอันสวยงามคู่นี้ก็ คือ...อบอุ่น

“ซาน” แมนดิสันเรียก

“คะ” หญิงสาวรับคำ แล้วขยับตัวออกห่างมาสบดวงตาตกตะลึงของชายหนุ่ม พร้อมๆ กับปีกใสบริสุทธิ์ก็จางหายไป

“คุณไม่รู้สึกถึงมันเลยเหรอ” แมนดิสันถาม

“รู้สึกอะไรเหรอคะ” ซานโดร่าย้อนถามอย่างไม่เข้าใจ อะไรที่ทำให้แมนดิสันมีสีหน้าประหลาดได้ขนาดนี้ มันต้องสำคัญมากๆ

แมนดิสันดึงใบหน้าคนรักเข้ามาจูบเบาๆ ไม่ใช่เพื่อปลอบประโลมเธอ แต่เขาแค่อยากมั่นใจว่าเธอจะไม่จางหายไปต่อหน้าต่อตาเขาเหมือนปีกของเธอ ซานโดร่าตอบรับจูบนั้นด้วยดี จนเมื่อเขาปล่อยให้เธอเป็นอิสระหญิงสาวจึงถามว่า

“เกิดอะไรขึ้นคะ”

แมนดิสันไล้ใบหน้าคนรักนิ่ง แล้วจึงเริ่มขยับตัวเขาออกจากตัวเธอ ก่อนจะพลิกตัวไปกดเปิดหน้าจอคำสั่งบนหัวเตียง แล้วซานโดร่าก็ต้องเบิกตากว้าง

“นี่คุณ!

แมนดิสันรีบรั้งตัวแฟนสาวมาแนบอก ก่อนที่เธอจะเริ่มโวยวายเพื่อลบการบันทึกภาพเมื่อครู่ไป แล้วพูดเสียงขรึมว่า

“ผมมีอะไรให้คุณดู”

“ฉันไม่อยากดู มันน่าอายนะคะ” ซานโดร่าพูดอย่างเหนื่อยใจ

เธอรู้ว่าแมนดิสันไม่ใช่พวกโรคจิตอย่าง ที่เขาชอบทำให้เธอคิดอย่างนั้น หลายสิ่งหลายอย่างที่เขาทำไปก็เพราะอยากแกล้งเธอเล่นเท่านั้น เขาว่ามันสนุกดีที่เห็นเธอโมโห แต่หญิงสาวกลัวว่าสิ่งที่เขาทำเล่นๆ เหล่านี้จะนำความเสื่อมเสียมาให้ชีวิตนักการเมืองของเขาต่างหาก

“เชื่อผม ซาน คุณควรดูจริงๆ” แมนดิสันย้ำ แล้วป้อนคำสั่งให้การบันทึกกิจกรรมรักเมื่อครู่ไปปรากฏที่หน้าจอโทรทัศน์ข้างหน้าโซฟา

ใบหน้าของซานโดร่าร้อนฉ่า เพราะเสียงครวญครางอันแสนเซ็กซี่ของเธอ แล้วยิ่งหน้าแดงมากขึ้นเมื่อที่หน้าจอบันทึกนั้น ทำให้เธอเห็นใบหน้าอันแสนเซ็กซี่ของชายคนรัก

เราทำให้เขามีความสุขได้ขนาดนี้เลยเหรอ เวลาเขามองดูเรา...สีหน้าเขาเป็นแบบนี้เอง ซานโดร่านึก อายตัวเอง ที่อยู่บนหน้าจอโทรทัศน์นั้น แต่ขณะเดียวกันหัวใจเธอก็เต้นรัวอย่างตื่นเต้นดีใจที่รับรู้ว่าเธอทำให้เขา มีความสุขแค่ไหน

“ดูที่หลังของคุณดีๆ นะซาน” แมนดิสันกระซิบอย่างอดกลั้น ขณะอุ้มซานโดร่ามานั่งบนตักเขาที่โซฟา

“ที่ หลังฉันทำไมเหรอคะ” ซานโดร่าถามพร้อมกับเพ่งสมาธิไปที่หน้าจอ โดยไม่รู้สึกเลยว่าคนที่กำลังโอบกอดเธออยู่นี้กำลังใช้ความพยายามแค่ไหนที่ จะไม่เริ่มกิจกรรมรักของเขาอีกครั้ง

เสียง ครางหนักๆ ของเขากับเสียงร้องของซานโดร่าในช่วงที่ถึงขีดสุดของอารมณ์ ทำให้ซานโดร่าหน้าแดง ในขณะที่แมนดิสันซบหน้าลงกับหัวไหล่ของหญิงสาวเพื่อกดจูบหนักๆ อย่างหมั่นเขี้ยว บั้นท้ายของซานโดร่ารับรู้ถึงตัวตนของชายหนุ่มที่กำลังต้องการเธอ แต่ด้วยเหตุผลบางอย่างเขาจึงอดกลั้นมันไว้ หญิงสาวจึงเพ่งสายตาดูที่แผ่นหลังของเธอตามที่บอก แล้วก็ต้องเบิกตากว้างขึ้นเมื่อเห็นปีกสีขาวบริสุทธิ์คลี่สยายออกจากกลาง หลังของเธอ

“นี่ มัน...ปีก? อื้อ” หญิงสาวเงยหน้าขึ้นสูดอากาศคำใหญ่ เพราะคนที่กอดเธอไม่สามารถอดทนได้มากกว่านี้อีกแล้ว มือหนาเลื่อนไล้ไปตามร่างกายเธอเพื่อจุดประกายความปรารถนา ก่อนจะนำพาตัวตนของเขาเข้าสู่ตัวเธออย่างร้อนแรง ซานโดร่าเอื้อมมือไปด้านหลังเพื่อรั้งใบหน้าที่กำลังซุกไซ้อยู่ตามซอกคอให้ มอบความรักให้เธอมากยิ่งขึ้น

“ลูก แมวน้อย คุณเป็นใครกันแน่” เสียงทุ้มแหบกระซิบพร่า ก่อนที่ทุกอย่างจะเงียบหายไป เพราะทั้งคู่กำลังตกอยู่ในห้วงแห่งความรื่นรมย์ในอารมณ์อีกครั้ง

 

“บางทีเป้าหมายของพวกมัน อาจไม่ใช่แค่ใช้คุณเป็นนกต่อ” แมนดิสันเอ่ยขึ้นขณะกอดซานโดร่าไว้ใน อ้อมแขน กลิ่นหอมของดอกไม้ที่เพิ่งผลิบานรับแสงยามเช้าทำให้สองหนุ่มสาวที่เพิ่งออก จากห้องนอนหลังจากอยู่ในนั้นตลอดเมื่อวานรู้สึกสดชื่น

“ยังไงคะ”

ซานโดร่าถามพร้อมกับซุกตัวหาไออุ่นอยู่ ในอ้อมแขนเขาเหมือนแมวน้อยขี้อ้อน แมนดิสันทำงานหนักมาตลอดหลายวันเพื่อลาหยุดต่อเนื่องกับวันหยุดยาวประจำปี ของโลกใหม่ ตอนนี้เวลาทั้งหมดของเขาเป็นของเธอ

“อย่างที่คุณซินเดลบอก คุณมีสายเลือดของนางฟ้าเจือปนอยู่ บางทีพวกมันอาจรู้และคิดใช้คุณในหลายๆ ทาง” แมนดิสันตอบพร้อมกับยกมือขึ้นลูบผมแมวน้อยของเขาอย่างไม่เคยเบื่อ

“แต่พวกเขาสะกดจิตฉัน เพื่อให้ฉันเข้าใกล้คุณเพื่อจะควบคุมคุณผ่านทางฉัน ฉันไม่คิดว่าพวกเขาจะรู้ว่าฉันเป็นอะไรนอกเหนือไปจากนักวิเคราะห์หิน” ซานโดร่าลืมตาขึ้นทบทวนแผนการที่คนของแมนดิสันดึงออกมาจากจิตของสาธุคุณเซบา สเตียน

“อาจจะจริง ถ้าพวกเขารู้ พวกเขาอาจจะใช้ประโยชน์จากคุณได้มากกว่าการเป็นนกต่อ ซึ่งตอนนี้พวกมันก็คงคิดว่า มันควบคุมผมได้แล้ว คุณได้ยินเสียงคำสั่งของพวกมันบ้างหรือยัง”

ซานโดร่าส่ายหน้า “ยังคะ แต่ฉันรู้สึกว่าผู้บงการอยู่ไกลออกไป บางทีเขาอาจกำลังออกจากเซ็นทรัลเอิร์ท” ซานโดร่าตอบพลางขมวดคิ้ว

“อะไรครับ” แมนดิสันก้มหน้าลงถามเมื่อเห็นอีกฝ่ายเงียบไป

“ฉันกำลังคิดว่า พอพลังนางฟ้าของฉันปะทุขึ้นเมื่อวาน ประสาทสัมผัสของฉันดูเหมือนจะเฉียบคมขึ้น ฉันรับรู้ได้แม้กระทั่งว่าคนที่พยายามควบคุมฉันเขากำลังอ่อนแอลง”

“อ่อนแองั้นเหรอ?”

ซานโดร่าขยับตัวออกจากอ้อมกอดของแมนดินัสนเพื่อสบตาเขา

“ค่ะ อ่อนแอเหมือนกับ...เหมือนกับ งูที่กำลังลอกคราบ”

แมนดิสันสบตาซานโดร่านิ่ง แล้วซานโดร่าก็พูดต่อว่า “คุณเคยบอกว่าสายเลือดต้องคำสาปนั้นส่งผ่านกันทางสายเลือด คุณแน่ใจแค่ไหนคะ”

“หมายความว่ายังไงครับ” แมนดิสันถาม

ซานโดร่าเม้มปากแล้วพูดว่า “แล้วถ้าเขาไม่ได้ส่งต่อเพียงแค่สายเลือดจากรุ่นสู่รุ่น แต่เป็นการถ่ายทอดตัวเขาจากร่างหนึ่งสู่อีกร่างหนึ่งละ เหมือนงูที่ต้องลอกคราบเมื่อรูปร่างของมันคับแคบเกินไป”

“ทำไมคุณคิดอย่างนั้น” แมนดิสันถามเสียงเครียด เพราะหากเป็นอย่างที่ซานโดร่าบอกจริง พวกเขากำลังเผชิญหน้ากับปีศาจร้ายที่ไม่มีวันตายละสิ

“เพราะฉันรับรู้ถึงกระแสพลังอันแข็ง แกร่งของเขา เหตุผลเดียวที่เขาครอบงำฉันไม่ได้ อาจเป็นเพราะสายเลือดของนางฟ้าในตัวฉันปกป้องจิตของฉันไว้ และการที่เขาไม่รู้สึกถึงพลังนางฟ้าของฉันก็เพราะเขาไม่ได้ใช้พลังของเขากับ ฉันโดยตรง แต่เขาใช้ผ่านคนอื่น”

“หรืออาจผ่านคนอื่นมากกว่าหนึ่งคนด้วย” แมนดิสันช่วยเสริม ซานโดร่าพยักหน้า

“ค่ะ คนที่อดทนรอให้แผนการตัวเองผ่านไปทีละขั้นอย่างคนคนนั้นเขาต้องฉลาดพอที่จะ ปกปิดตัวเอง ไม่อย่างนั้นก็จะไม่สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างสะดวก จริงไหมคะ แต่การปกปิดหลายชั้นขนาดนั้น อาจทำให้การรับรู้ถึงตัวตนของพวกเราจริงๆ เบาบางกว่าความเป็นจริง”

“ใช่...ผมต้องติดต่อทอม” แมนดิสันขยับข้อมือเพื่อต่อสายจากเอ็มพีซีไปหาลูกพี่ลูกน้องของเขาทันที

“คุณพอจะจับสายพลังเขาได้ไหม ว่าผู้บงการที่ว่า เขาไปที่ไหน”

ซาโดร่าหลับตานิ่ง น่าแปลกที่เธอค้นหาพลังของเขาได้ในทันที พลังนางฟ้าในตัวเธอเสถียรมาก หากเธออยู่ในอ้อมกอดของแมนดิสัน นั่นเพราะอะไรไม่รู้ รู้แต่ว่า มันดีที่สุดที่คนดึงพลังของเธอออกมาได้คือเขา

“ฉันเห็นท่าเรือค่ะ ท่าเรือเซ็คคันเอิร์ท...” ซานโดร่าลืมตาขึ้นพร้อมๆ กับที่ปลายสายของแมนดิสันก็รับสายเขาพอดี

“สวัสดีครับ ท่านประธานาธิบดี”  อิชเลย์เอ่ยด้วยใบหน้านิ่งสงบเหมือนปกติ

“นายอยู่ที่ไหน”

“นิวแฟรี่ครับ” อิชเลย์ตอบพลางเลิกคิ้วอย่างสงสัยกับดวงตาร้อนรนของลูกพี่ลูกน้อง

“ซานรู้สึกถึงพลังของคนที่พยายามสะกดจิตเธอ คนคนนั้นกำลังไปที่เซ็คคันเอิร์ท”

“มิสเมลล์ฟิชงั้นเหรอครับ” อิชเลย์ทวนอย่างสงสัย

ซานโดร่าจึงยื่นหน้าเข้าไปใกล้แมนดิสันแล้วพูดว่า

“เรื่องมันยาวค่ะท่านประธาน เดี๋ยวให้ซินเล่าให้คุณฟังทีหลังนะคะ แต่ตอนนี้ พวกเราคงต้องหาทางสืบแล้วล่ะค่ะว่า ตอนนี้ที่เซ็คคันเอิร์ทมีอะไรดี คนคนนั้นถึงได้เดินทางไปที่นั่น”

อิชเลย์หันไปหาใครบางคนที่อยู่ใกล้เขา แล้วใบหน้าซินเดลก็ปรากฏขึ้น

“เกิดอะไรขึ้นเหรอ ซาน”

“มีบางอย่างที่เซ็คคันเอิร์ท ซิน ฉันจับกระแสความตื่นเต้นยินดีของคนคนนั้นได้ เขาไปที่นั่นทั้งที่เขายังไม่พร้อม มันเหมือนมีอะไรผลักดันให้เขาต้องทำอย่างนั้น” ซานโดร่าพยายามถ่ายทอดสิ่งที่เธอรู้สึกได้กับเจ้าของสายพลังที่พยายามควบคุม จิตจำลองที่เธอสร้างให้เขาคิดว่าเขาสามารถควบคุมเธอได้

“เธอรู้สึกอย่างนั้นเหรอ?...” ซินเดลทวนก่อนจะตาโต

“ซาน หรือว่าที่เราคิดกัน...”

ซานโดร่าพยักหน้า “ใช่ ซิน อาจเป็นเพราะสายเลือดนั่น มันตื่นขึ้นแล้วซิน”

ใบหน้าของซินเดลเคร่งขรึมขึ้น ซานโดร่าจึงพูดต่อว่า

“ต้องมีบางอย่างเกิดขึ้นที่เซ็คคันเอิร์ท เราควรไปที่นั่นนะ ซิน”

ซินเดลส่ายหน้า “ฉันกับทอมกำลังไปเกาะเจนติ เราต้องรู้ให้ได้ก่อนว่าเกิดอะไรขึ้นที่นั่น”

“ผมก็ยังออกจากเซ็นทรัลเอิร์ทไม่ได้ครับ ผมต้องเคลียร์งานก่อน”

“งั้นฉัน...อุ๊บ!” เสียงของซานโดร่าขาดหายไป เพราะมือของท่านประธานาธิบดีที่ปิดปากเธอไว้ แล้วพูดต่อว่า

“ซานโดร่าจะไม่ไปไหนคนเดียวครับ ผมรับปาก”

ซินเดลพยักหน้าอย่างเห็นด้วย ก่อนจะรีบเอ่ยห้ามเพื่อนขึ้นว่า

“เธอไปไม่ได้นะซาน มันอันตรายเกินไป บางทีฉันอาจจะขอให้น้องสาวของฉันช่วย”

“น้องสาว?” ซานโดร่าที่เพิ่งรั้งมือของแมนดิสันออกจากปากเธอถามเสียงสูง

“อืม ตอนนี้ เอนเดลอยู่ที่เซ็คคันเอิร์ท บางทีน้องสาวฉันอาจจะหาได้ว่ามีอะไรพิเศษเกิดขึ้นที่เซ็คคันเอิร์ท ตอนนี้เธอเข้าไปในเขตหวงห้ามแล้ว ถ้าเอนเดลติดต่อมาครั้งหน้า ฉันจะให้ติดต่อกับเธอ”

ซานโดร่าอยากแย้ง แต่พอสบตากับแมนดิสัน หญิงสาวจึงจำเป็นต้องยอมรับ เขาห่วงเธอ เธอรู้ ในขณะเดียวซานโดร่าก็ห่วงเขาด้วย บางทีการที่เธออยู่ใกล้เขาตลอดเวลาอาจช่วยคุ้มกันเขาได้ง่ายกว่า

“ได้ ชื่อเอนเดลใช่ไหม น้องสาวเธอคนนี้เก่งหรือเปล่า จะไม่อันตรายเกินไปสำหรับน้องเธอใช่ไหม”

รอยยิ้มปริศนาปรากฏขึ้นบนใบหน้าซินเดล แล้วตอบด้วยน้ำเสียงที่มีลับลมคมในว่า

“อันตรายเหรอ? ฉันว่า...เธอควรห่วงคู่ต่อสู้ของน้องสาวฉันมากกว่านะ”


--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


ขอทิ้งท้ายในนิยายช่วงที่สองด้วยคำพูดขอซินเดลแล้วกันนะคะ
การพยายามเขียนนิยายสองเรื่องพร้อมๆ กันเป็นเรือ่งที่ยากลำบากมาทีเดียว
และยิ่งยากมากขึ้นเมื่อกัลยังคงทำงานหนักอย่างนี้ทุกวัน


อาจทำให้ทุกคนรอนานไปบ้าง แต่รับรองว่าจะมาโพสช่วงที่สามของซินเดอเรลล่า 3225 (วันที่ 62)
ในวันที่ 1 กันยานรแน่นอนค่ะ ^_________^


ขอโทษและขอบคุณสำหรับกำลังใจและการรอคอยนะคะ
กัลฐิดา





Post Comment

Statistic

Date posted: 2 years ago.
Date modified: 2 months ago.
Overall Viewed: 45,298 times
Monthly Viewed: 2,032 times
Rated: 5 times
Favorited: 8 times
Commented: 3 times
Player

Advertise

TSWriter.com - Reader and Writer Community. - Terms of Use and Disclaimer - Advertisement

©2009 All Rights Reserved.