เซวีน่ามหานครแห่งมนตรา ตอน ปริศนาทรายสีดำ

ตอนที่ 7 สมาคมคนชอบเสี่ยง

ตอนที่ 7 สมาคมคนชอบเสี่ยง

 

 

            “จะรีบไปไหนเหรอ...จาร์” น้ำเสียงเย็นยะเยือกดังขึ้นที่เบื้องหลัง ทำให้จาเร็ต อามานต้องหันมาส่งยิ้มหวานพร้อมตอบกลับว่า

            “ไง เฟมีล วันนี้ไม่ไปดูการสาธิตการใช้เบรนบอร์ดเหรอ” เฟมีลมองรอยยิ้มกลบเกลื่อนของเพื่อนร่วมสถาบัน ก่อนจะก้าวเข้ามาใกล้หนุ่มผิวเข้มอีกนิด แล้วพูดต่อว่า

            “ก็แค่...อยากจะมาถามว่า นายกับพาตันเห็นลีโอกับไมล์บ้างไหม เพราะฉันรู้สึกว่าไม่เห็นพวกเขามาสองสามวันแล้ว” ดวงตาสีนิลของเฟมีลจ้องมองคู่หูนักหาข่าวอย่างจับผิด

            “อืม...อ้อ วันก่อนเห็นมีจดหมายด่วนมาหาลีโอ สงสัยท่านโซลแลร์คงจะเรียกตัวด่วนล่ะมั้ง”

 

            “อ้อ~ เหรอ งั้นฉันไปดูการสาธิตก่อนดีกว่า” พอเฟมีลหันหลังกลับ จาร์กับพาตันต่างพากันถอนหายใจออกมาพร้อมกัน แต่ลมหายใจผ่านออกไปยังไม่ทันสุด หญิงสาวเจ้าปัญหาก็หันขวับกลับมาส่งยิ้มอย่างรู้ทัน

            “อ๊ะ ลืมบอกไป ช่วยบอกเพื่อนขนฟูของนายด้วยว่า ช่วยเตรียมคำอธิบายที่น่าพอใจไว้ด้วยล่ะ ไปล่ะ แล้วเจอกัน”

 

            “เฮ่อ!” เสียงจาเร็ตพ่นลมหายใจออกมาแรงๆให้สมกับที่กลั้นหายใจเอาไว้

            “ฉลาดชะมัด ลีโอรับมือผู้หญิงคนนี้ได้ยังไงเนี่ย” พาตันยกมือขึ้นขยับแว่นที่ร่นลงมาที่ปลายจมูก พร้อมกับตอบว่า

            “ถ้าไม่ฉลาดเฟมีลคงไม่มายืนที่จุดนี้ได้หรอก เอาไงดีจาร์ ท่าทางของเฟมีลเหมือนกับไปรู้อะไรมาอย่างนั้นแหละ” จาร์มองคิ้วที่ขมวดมุ่นของคู่หูพลางแย้มยิ้มให้กับความกังวลของพาตัน

            “นายโดนเธอหลอกแล้ว คำพูดสุดท้ายที่ว่า ให้เตรียมคำอธิบายแสดงว่าเธอยังไม่รู้อะไรเลย แต่เพราะสัญชาตญาณของเธอทำให้รู้ว่า การที่ลีโอหายไปครั้งนี้ มันไม่ใช่เรื่องปกติ”

            “อาจจะจริงอย่างนายว่า...” แต่เขาก็ยังสงสัยอยู่นั่นเองว่า...เฟมีลจะไม่รู้อะไรจริงๆ เหรอ?

 

            เฟมีลไม่ได้เดินตรงไปยังห้องสัมมนาอย่างที่บอกเพื่อนทั้งสองไว้ แต่เธอกลับเดินออกไปยังบริเวณสวนดอกไม้ของปราการ หญิงสาวกวาดสายตาไปทั่วเมื่อเห็นว่าไม่มีใครอยู่ในขอบเขตของสายตา

            “อัคคา” สิ้นเสียงเรียกนกสีเพลิงก็ทะยานออกมาจากสร้อยคอ แสงสีเพลิงทำให้เฟมีลต้องหลับตาเล็กน้อย ก่อนจะจ้องมองความสวยงามของสิ่งมีชีวิตสีเพลิงที่สวยที่สุดในโลก เสียงหวีดร้องที่เล็กแหลมบ่งบอกถึงความดีอกดีใจของราชาแห่งเปลวเพลิงได้เป็นอย่างดี

            “ให้มันน้อยๆ หน่อย อัคคา ทำอย่างกับไม่เคยได้ออกไปเที่ยวเล่นงั้นแหละ ได้ข่าวว่าพึ่งกลับมาจากบาซิลล่าเมื่อวานนี้ไม่ใช่หรือ” อัคคาในรูปลักษณ์ของนกบินวนไปรอบๆ ร่างเฟมีลพร้อมกับโอดครวญว่า

            “โธ่เอ้ยเฟมีล ทำยังกับว่าเธออยากให้ผมอยู่นักนี่ คู่รักหวานแหวว คู่รักหวานแหววฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่า” อัคคาบินฉวัดเฉวียนหลบแรงเหวี่ยงจากฝ่ามือเพชฌฆาตของหนี่งในคู่รักหวานแหวว

            “อย่ามาปากดีเลยน่า รู้ไหมว่าตอนนี้มันเกิดอะไรขึ้นในเซวีน่า ทำไมนายแมวหายไปโดยไม่บอกไม่กล่าว” นกสีเพลิงหยุดการเคลื่อนไหวทันทีที่หญิงสาวเริ่มเข้าเรื่อง

            “ข่าวเร็วเหมือนกันนี่ เรื่องน่ะ เกิดขึ้นแน่ เมื่อสองวันก่อนหอนาฬิกาไซเอนถูกวัตถุประหลาดพุ่งเข้าชนอย่างแรง...”

            “นายลองพูดอีกครั้งสิ” เฟมีลร้องเสียงสูงอย่างไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง

            “หอนาฬิกาไซเอนถูกโจมตีโดยวัตถุประหลาด จากการสันนิษฐานของทางปราการรัตติกาลคาดว่า วัตถุนั่นไม่ใช่ของที่ทำได้ในโลกเซวีน่าของเราแน่นอน” เฟมีลก้มหน้าลง ดูเหมือนกำลังพิจารณากอดอกไม้

            “ความเสียหายล่ะ”

            “เข็มนาฬิกาทั้งสองอันหัก” เฟมีลเงยหน้ามองนกสีเพลิงอย่างตกใจ

            “นี่มัน...”

            “เรื่องใหญ่ใช่ไหมล่ะ เฟมีล ตอนนี้ไซเอนได้เข้าควบคุมหอนาฬิกาแล้วล่ะ แต่ความเสียหายนี่สิเข้าขั้นวิกฤตเชียวล่ะ คณะกรรมการปกครองวิ่งเข้าออกปราการรัตติกาลกันวุ่นเลย” เฟมีลนึกย้อนไปเมื่อสองวันก่อน ลีโอหายไปตั้งแต่พักกลางวัน เพราะเกิดเรื่องใหญ่ขนาดนี้ขึ้นนี่เองลีโอถึงไม่สามารถสงบใจอยู่ในห้องเรียนต่อไปได้ แสดงว่าข่าวนี้ต้องถึงมือตานั่นตอนช่วงพักกลางวัน

            “ทำไมเจ้าวัตถุนั่นถึงได้เข้าไปในอาณาเขตของหอนาฬิกาได้ล่ะ หรือว่า...ไม่นะ ไม่น่าจะเป็นไปได้ แล้วมาสเตอร์ไซเอนไม่ได้คุ้มครองหอนาฬิกาอยู่เหรอ”

            “นั่นแหละที่เป็นปัญหา เธอเองก็รู้ไม่ใช่เหรอว่า เกิดความขัดแย้งกันในการเข้ารับตำแหน่งไซเอนของไทเมอร์ ฟรานเชสก้า” เฟมีลพยักหน้า เธอต้องรู้เรื่องนี้อยู่แล้วแต่เรื่องลึกๆ ลงไปอันนี้เธอไม่แน่ใจ โดยปกติตำแหน่งไซเอนจะเป็นตำแหน่งของลูกชายคนรองของตระกูล ยกเว้นเพียงครั้งเดียวเท่านั้น มีเพียงไซเอนคนแรกเท่านั้นที่เป็นลูกชายคนโตของนักเดินทางแห่งรัตติกาล...ดราฟาเรน ฟรานเชสก้า

            “หมายความว่า ตั้งแต่มาสเตอร์มารับตำแหน่ง การคุ้มกันหอนาฬิกาเป็นคนอื่นงั้นเหรอ”

            “ถูกครึ่งเดียว การป้องกันขั้นแรกเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการปกครอง แต่ขั้นที่สองคือ ไซเอน ไม่อย่างนั้นความเสียหายคงไม่หยุดอยู่แค่เข็มนาฬิกาหรอก”

            “เข็มนาฬิกา เข็มนาฬิกา พวกเขาคงต้องหาของมาเปลี่ยนใหม่ให้เร็วที่สุดสินะ แต่ที่น่าสนใจคือ ใครเป็นคนทำเรื่องนี้ขึ้นมา นายพอจะรู้ไหม” ถ้านกสามารถค้อนใส่คนได้ เฟมีลคิดว่าเธอได้เห็นนกกำลังค้อนเธอแล้วล่ะ

            “ถ้ารู้ผมคงไปบอกพวกเขาแล้วล่ะ แหมถามมาได้ แล้วจะเอาไง ลองสืบดูเลยไหม” เฟมีลส่ายหน้าปฎิเสธเบาๆ พร้อมกับพูดอย่างหนักใจว่า

            “ถ้าเข้าไปยุ่งได้ง่ายๆ ก็ไม่ต้องมีกฏหมายระหว่างรัฐแล้ว แต่ เอ เป็นการบังเอิญเกินไปหรือเปล่านะ ที่พอแขกจากเซกันมาถึงก็เกิดเรื่องนี้ขึ้น ถึงอย่างไรหนึ่งในสองคนนั้นก็มีความสามารถที่จะทำอย่างั้นได้แน่” เฟมีลพูดด้วยน้ำเสียงครุ่นคิดแต่ยังไม่ทันที่อัคคาจะตอบอะไร ตรงหน้าเฟมีลก็ปรากฏลูกบอลสีดำขนาดเท่ากำปั้นพอเฟมีลเอื้อมมือไปแตะ ลูกบอลก็หดตัวและคลี่ออกเป็นกระดาษสีดำ ดวงตาสีนิลกวาดไปตามตัวอักษรสีขาวบริสุทธิ์

            “ท่าทางเราจะเข้าไปยุ่งได้แล้วล่ะ อัคคา”

           

 

            “นายลองพูดอีกทีสิว่า นายจะทำอะไรนะ!” บาร์นร้องเสียงหลง แต่เมื่อรู้ว่าตอนนี้เขาไม่ได้อยู่ในที่ลับตาคน ชายหนุ่มจึงต้องลดเสียงลง 

            “ฉันบอกว่า ฉันจะเข้าร่วมการค้นหาวัตถุดิบของแผนกพัฒนาการเวท”

            “ใครอนุญาตให้นายไป” บาร์นถามเสียงเข้ม

            “ฉันเอง” โยราตอบอย่างหน้าตาเฉยเป็นผลทำให้บาร์นต้องกำมัดแน่นอย่างอดกลั้น ไอ้บ้านี่มันจะบ้าเกินพิกัดไปถึงไหน นี่พวกเขากำลังมาปฏิบัติหน้าที่หรือมาเที่ยวเล่นกันแน่ ทำไมถึงได้เป็นคนเอาแต่ใจอย่างนี้

            “แล้วฉันล่ะ นายเคยถามฉันสักคำไหม นายลืมไปหรือเปล่าว่า พวกเราทำงานกันเป็นทีมไม่ใช่การฉายเดี่ยว หรือว่าช่วงสองปีที่ผ่านมานี่นายทำวิจัยจนสมองเบลอไปแล้ว” โยราเหม่อมองไปยังท้องฟ้ายามเย็นอย่างไม่สนใจว่าเพื่อนร่วมโลกของเขากำลังอยากจะบีบคอเขาแค่ไหน

            “อยากได้ของล้ำค่าก็ต้องเสี่ยงกันหน่อย”

            “แต่ไม่ใช่การเสี่ยงแบบสิ้นคิด” บาร์นสวนกลับทันที

            “แล้วนายคิดว่าการกระทำแบบไหนถึงเรียกว่าสิ้นคิด” น้ำเสียงนิ่งกับดวงตาสบตรงไม่วอกแวกของอีกฝ่ายทำให้บาร์นถึงกับพูดไม่ออก

            “นายรู้ไหมว่าคราวนี้เขาไปหาวัตถุดิบกันที่ไหน” บาร์นส่ายหน้าอย่างเซ็งๆ เพราะจะให้ห้ามตอนนี้คงไม่ทันแล้ว โยราเน่ ไม่ใช่คนที่จะล้มเลิกเรื่องที่ได้ตัดสินใจไปแล้วง่ายๆ

            “ดาโรก้า” บาร์นเลิกคิ้วขึ้นอย่างประหลาดใจ แต่พอเห็นแววตาที่เปล่งประกายเหมือนเด็กได้ของที่ถูกใจ บาร์นจึงถามขึ้นว่า

            “นายอย่าบอกนะว่า นายคำนวณเอาไว้หมดแล้ว แม้แต่เรื่องนี้ด้วย” โยรายักไหล่โดยไม่ตอบอะไร

            “ของอย่างนี้ ก็ต้องใช้หัวกันนิดหน่อย”

            “โยราเน่ เอ็ดกราด นายไม่ได้ทำอะไรที่นอกเหนือจากที่มันควรจะเป็นหรอกนะ” โยรามองใบหน้าเอาจริงเอาจังของบาร์นอย่างขำๆ นี่ถ้าไม่ติดว่าพวกเขานั่งอยู่ในห้องพักทานน้ำชาละก็น่ะ เขาคงหลุดหัวเราะออกมาดังๆแล้ว

            “บาร์น มิชชาร์พ ที่ชอบการเสี่ยงภัย บ้าเลือดหายไปไหนกันน้า หรือว่านายกลัวที่จะต้องเข้าไปอยู่ในสถานที่อย่างป่าสายลมอีกสักครั้ง” บาร์นมองใบหน้าอมยิ้มของเพื่อนพร้อมกับกัดฟันพูดว่า

            “อย่ามาเปลี่ยนเรื่อง แล้วก็อย่ายั่วโมโหฉันให้มากนัก ฉันมันคนไม่ค่อยมีความอดทน” โยรายักไหล่อย่างไม่ยี่หระกับคำพูดของบาร์นอีกครั้ง บาร์นจึงได้แต่ยกแก้วชาขึ้นดื่มอย่างไม่สบอารมณ์

            “นายรู้จักทรายสีดำหรือเปล่า” หลังจากที่ทั้งคู่นั่งนิ่งไปหลายนาที โยราเป็นคนทำลายความเงียบนั้น

            “ทรายสีดำ?”

            “ใช่ ทรายสีดำ ทรายชนิดพิเศษที่จะพบได้ในดาโรก้าแห่งเดียวเท่านั้น จอมเวทคนที่พาเราชมแผนกเมื่อวันก่อนบอกฉันว่ามันเป็นส่วนประกอบสำคัญในการสร้างอาวุธบางชนิด ลักษณะพิเศษของมันคือ สีดำที่จะเปล่งประกายแวววาวทั้งกลางวันและกลางคืน ที่สำคัญมันหายากมาก”

            “แล้วไง นายอยากจะเอามันไปทำอะไร สร้างบ้านหรือไง” โยราไม่นำพากับคำพูดตีรวนของอีกฝ่าย เขาจึงพูดต่อ

            “หอนาฬิกาไซเอน สร้างจากทรายสีดำ” สิ้นเสียงของโยรา มือที่ถือแก้วชาของบาร์น ชะงักค้างอยู่กลางอากาศ

            “เป็นไง อึ้งไปเลยล่ะสิ” บาร์นค่อยๆ วางแก้วชาลง แล้วพูดเสียงเบาว่า

            “นี่เอง...แผนของนาย”

            “อือฮึ เอาล่ะ ไปทำงานต่อกันดีกว่า” โยราลุกขึ้นยืนพลางบิดซ้ายบิดขวาแก้เมื่อย

            “เปอร์เซ็นต์ความเสี่ยงล่ะ” โยรายิ้มกับท่าทางลังเลของบาร์น ดูเหมือนชายตรงหน้าจะเป็นคนยึดติดมากกว่าที่เขามองเห็น

            “ตั้งแต่เรารับหน้าที่นี้ เราก็ต้องเสี่ยงอยู่แล้ว ถ้าจะเสี่ยงเพิ่มขึ้นอีกสักหน่อยก็คงไม่เป็นไรหรอกน่า”

            “ไม่นึกว่านายจะชอบเข้าสมาคมคนชอบเสี่ยงกับเขาเหมือนกัน” บาร์นพูดแดกดันพร้อมกับลุกขึ้นเพื่อออกเดินไป ในขณะที่โยราหันไปส่งยิ้มให้จอมเวทสาวคนหนึ่งที่นั่งอยู่ไม่ไกลก่อนจะตอบกลับไปว่า

            “สงสัยฉันคงอยู่กับนายนานไปหน่อยล่ะมั้ง”

Post Comment

Statistic

Date posted: 6 years ago.
Date modified: 6 years ago.
Overall Viewed: 101,574 times
Monthly Viewed: 166 times
Rated: 352 times
Favorited: 85 times
Commented: 709 times
Player

Advertise

TSWriter.com - Reader and Writer Community. - Terms of Use and Disclaimer - Advertisement

©2009 All Rights Reserved.