*=*_*=*...เรือนพระจันทร์...*=*_*=*

"*^o^*"...พลอยจันทร์พันดาว ..."*^o^*" - ตอนที่ 1


ดีจ้า ทุกๆ คน

 

 

ในที่สุดก็มาถึงเรื่องราวของพระจันทร์ดวงที่สามของเรือนพระจันทร์แล้วนะคะ

วีมีความลำบากในการเขียนนิยายเรื่องนี้มากทีเดียวค่ะ

ถ้าไม่นับภาระงานประจำที่ยุ่งเป็นประจำอยู่แล้ว

ก็มีอีกเรื่องหนึ่งที่น่าปวดหัวเอามากๆ ก็คือคาเรคเตอร์ของ “พลอยจันทร์”

 

พลอยจันทร์ ผู้หญิงคนนี้จะอยู่ตรงกลางระหว่าง เพียงจันทร์ กับ พิมพ์จันทร์ ค่ะ

เธอสวย หวาน น่ามอง ดูน่าทนุถนอม เหมือนเพียงจันทร์พี่สาวคนโต

แต่ก็กล้าหาญ มั่นใจในตัวเอง เถรตรง เหมือนพิมพ์จันทร์ พี่สาวคนรอง

วีต้องระวังอย่างมากที่จะไม่ทำให้พลอยจันทร์มีลักษณะที่เหมือนพี่สาว
จนแยกไม่ออกว่าเป็นคนละคนกัน

 

ส่วนอีกหนึ่งปัญหาก็คือ วีรู้สึกกดดันกลัวว่าจะเขียนเรื่องที่สามของเรือนพระจันทร์

ออกมาไม่ดี เพราะสองเรื่องแรกได้รับการตอบรับจากคนอ่านดีมากเลยค่ะ

แถมเรื่องนี้พลอตและฉากในเรื่องต้องมีการตัดไปมาระหว่างพระเอกกับนางเอกอีก

 

แต่วีก็อยากนำเสนอแนวการเขียนแบบที่วีอยากลองเขียนให้ทุกคนอ่านค่ะ

ดังนั้น หากอยากวิจารณ์หรือแนะนำอะไร เชิญเลยนะคะ ยินดีรับฟังทุก Comment เลยค่ะ

 

Thank you so much!

Good bye^^

veerandah ^0^V



Facebook: Veerandah Suksasunee
Twitter: @veerandah
Line: veerandah
Web: tswriter.com (ทุกคนสามารถตามอ่านนิยาย (แบบเต็มๆ) ของวีได้ที่นี่ค่ะ)


+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

คำชี้แจง

ชื่อ ตัวละคร สถานที่ เมืองและประเทศ หรือเรื่องราวที่ที่พาดพิงถึงในนิยายเรื่องนี้ อาจมีความเหมือนและ / หรือ คล้ายคลึงกับความเป็นจริง ขอยืนยันว่าเรื่องราวทั้งหมดนี้เป็นเพียงเรื่องราวที่แต่งขึ้นจากจินตนาการ ของผู้แต่ง ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น และผู้แต่งไม่ได้ประสงค์ให้เกิดการเข้าใจผิดจึงขอเน้นย้ำอีกครั้งว่า เรื่องราวทั้งหมดนี้เป็นเพียงเรื่องราวที่แต่งขึ้นเพื่อความบันเทิงเท่านั้น

 

ตอนที่ 1

 

24 ปีก่อนหน้านี้

เมืองปาเลอร์โม เกาะซิซิลี, ประเทศอิตาลี

เพล้ง! เพล้ง! เพล้ง!

เสียงจานแตกหลายใบติดต่อกันเรียกสายตาเจ้าของร้านอาหารแมสสิโม่ให้หันไปมองเด็กล้างจานหน้าใหม่ที่เพิ่งมา

“ไอ้เด็กบ้า ทำไมซุ่มซ่ามอย่างนี้หา! วันนี้แกอดข้าวแน่” เสียงเจ้าของร้านอาหารด่าทอหลังจากตบหน้าเด็กชายวัยประมาณสิบขวบไปสองสามที

พนักงานคนอื่นได้แต่มองไม่กล้าเข้าไปช่วยเพราะกลัวโดนลูกหลงไปด้วย เด็กชายก็รู้ดีได้แต่ก้มหน้าคู้ตัวอยู่กับพื้น

“ไปล้างจานต่อให้เสร็จ แล้วก็รีบเอาขยะไปทิ้งซะ” เสียงสั่งงานดังต่อมา ก่อนที่เจ้าตัวจะเดินออกไปรับแขกที่หน้าร้านต่อ

เด็กชายข่มกลั้นความเจ็บปวดก่อนจะลุกไปล้างจานต่อจนเสร็จ แล้วหิ้วถังขยะเดินออกไปทิ้งทางประตูหลังร้านตามคำสั่งของผู้อุปการะเขา

“โดนตีมาอีกแล้วเหรอ ลุค” เสียงแหลมเล็กของเพื่อนเพียงคนเดียวของเด็กชายถามขึ้นจากด้านหลังถังขยะใบใหญ่ ทำให้ลุคหันไปมอง

“ซี[1]” เด็กชายอมรับสั้นๆ

ซัลวาโทรีน่าจึงถอนหายใจ “ทำไมไม่สู้ล่ะ”

“ไม่ได้หรอก เขาเป็นคนอุปการะฉันนี่” ลุคตอบราวกับไม่สนใจความเจ็บปวดที่ถูกทำร้ายร่างกาย

“ดีนะ ที่ฉันไม่มีคนอุปการะน่ะ เป็นเด็กจรจัดดีกว่าเยอะเลย” ซัลวาโทรีน่าพูดยิ้มๆ

“เออ วันนี้ไปที่ฐานลับสิ พวกเราได้ขนมปังที่ใกล้หมดอายุจากร้านหัวมุมเพียบเลย”

ลุคได้ยินก็ตาโตขึ้นทันที

“ขอบใจรีน่า แล้วเจอกัน” ลุคตอบรับก่อนจะหิ้วถังขยะกลับเข้าห้องครัวไป ส่วนเด็กหญิงก็มองซ้ายมองขวาเมื่อไม่เห็นคนก็รีบวิ่งจากไป

เด็ก จรจัดอย่างพวกเธอมีฐานลับเป็นที่หลบซ่อนตัวอยู่ในเขตสลัมของเมืองปาเลอร์โม ซึ่งเป็นตึกร้างเก่าๆ แม้ไม่ใช่บ้านเลิศหรูอย่างกับของคนรวยๆ แต่ก็กว้างใหญ่พอให้เด็กที่ไม่มีพ่อแม่อย่างพวกเธอได้ซุกหัวนอนและกันแดดกัน ฝนได้

แก๊งของเธอก็มีกันอยู่ห้าคนเป็นเด็กชายสามเด็กหญิงสอง ได้แก่ เธอแต่คนมักเรียกสั้นๆ ว่า รีน่า กับดาเนลล่าซึ่งเป็นเด็กหญิงอีกคน ส่วนเด็กชายอีกสามคนก็มีลุค ฟรานเชสโก้ และโรเบอร์โต้

พวก เธอทุกคนล้วนเป็นลูกของหญิงขายบริการที่เกิดกับแขกหลากหลายเชื้อชาติ เลยบอกไม่ได้ว่าเป็นลูกครึ่งชาติไหนกันแน่ พวกแม่ๆ คลอดแล้วก็เอาไปทิ้งไว้หน้าโบสถ์ พอโตขึ้น โบสถ์ก็ไม่ใช่สถานที่ที่จะอยู่ได้อีกต่อไป เพราะมีเด็กเกิดใหม่แล้วถูกนำไปทิ้งให้เลี้ยงที่โบสถ์อยู่เสมอ

แต่ ลุคต่างจากพวกเธอ ลุคมีคนมาขอรับไปอุปการะ ตอนแรกพวกเธอก็อิจฉาลุคนะ แต่พอมาเจอสภาพที่ลุคเป็นอยู่ จึงตัดสินใจเป็นเด็กจรจัดยังดีเสียกว่า อยู่รวมๆ กันยังปกป้องกันได้ ช่วยกันหาของกิน ไม่ต้องกลัวถูกทุบตี

“เฮ้! รีน่า!”  เสียงเรียกจากมุมตึกที่เธอเพิ่งวิ่งผ่านมา ทำให้ซัลวาโทรีน่าชะงักเท้า

“ฟรานเหรอ มาทำอะไรตรงนี้ล่ะ” ซัลวาโทรีน่าทักเด็กชายที่มีผิวขาวเหลืองคล้ายคนจีน

“ดูสิ ฉันได้เนยก้อนใหญ่มา”

 “ไปเอามาจากไหนน่ะ ของแพงนะเนี่ย”

ซัล วาโทรีน่าถามพร้อมกับจับห่อเนยที่มีตรายี่ห้อราคาแพงอย่างยินดีราวกับพบ ทองคำ พวกเธอไม่เคยกินเนยดีๆ เลยสักครั้ง ได้แต่ฝันถึงรสชาติของมัน โดยไม่รู้ว่าจะมีโอกาสได้ชิมมันสักครั้งในชีวิตไหม

“ฉัน ขโมยมาจากห้างแมสสิโม่น่ะ ตอนที่เขากำลังลำเลียงของกัน เจ๋งเปล่า มีนมกับเบคอนด้วยนะ คืนนี้เรามาจัดปาร์ตี้กันเถอะ” ฟรานเชสโก้พูดอย่างอารมณ์ดี

“ดีเลย วันนี้ลุคโดนตีอีกแล้ว แถมให้อดข้าวด้วย เรามาจัดปาร์ตี้กินกันให้อิ่มแปล้ไปเลยเนอะ”

เด็กทั้งสองต่างวางแผนมื้อค่ำอย่างสนุกปาก โดยที่ไม่รู้ตัวว่ามีใครบางคนเดินตามไปอย่างเงียบๆ

 

“โอ๊ย! อิ่มจนยัดไม่เข้าแล้วล่ะ” เด็กที่ตัวอ้วนที่สุดโอดครวญพลางตีพุงตัวเอง

“แกก็น่าจะอิ่มได้แล้วล่ะ ร็อบ เล่นฟาดจนเรียบขนาดนั้น” ฟรานเชสโก้พูดหลังจากที่มองเศษซากที่เหลือแต่ถุงอาหารที่ใส่มาเท่านั้น

“อิ่มไหม ลุค” ซัลวาโทรีน่าถามเด็กชายที่ตัวเล็กและเงียบที่สุดในกลุ่ม และคงเป็นด้วยบุคลิกนี้ ลุคจึงได้รับเลือกไปเลี้ยงก็ได้

“อิ่มสิ ขอบใจทุกคนมาก” ลุคพูดเสียงเบา

“ไม่ เป็นไรหรอก เราเป็นเพื่อนกันนี่นา” ดาเนลล่าพูดขึ้นขณะที่ห่อขนมปังที่เหลืออยู่เก็บซุกไว้ในช่องลับที่ทำไว้ เพื่อเก็บอาหารสำรองของพวกเธอ

“ใช่ๆ เพื่อนกันไม่ทิ้งกันอยู่แล้ว” ร็อบพูดต่อ ก่อนจะล้มตัวลงนอนดูดาวบนท้องฟ้า แล้วเด็กๆ ที่เหลือก็ทำแบบเดียวกัน

ที่ นี่ไม่มีไฟฟ้าพวกเด็กๆ จึงต้องก่อกองไฟขึ้นมาใช้แทน ท้องฟ้าในฤดูร้อนมักจะเห็นดาวชัดเจนเสมอ แม้แต่ในคืนพระจันทร์เต็มดวงอย่างนี้ก็ยังพอมองเห็นดาวสวยๆ ได้

“พวกนายจะอยู่กันอย่างนี้ไปเรื่อยๆ เหรอ” ลุคถามขึ้น หลังจากปล่อยให้ความเงียบเข้ามาครอบคลุมได้สักพัก

“อยู่อย่างนี้ก็ดีนี่ ไม่ต้องถูกบังคับด้วย” ซัลวาโทรีน่าตอบทั้งที่ดวงตายังจดจ้องไปที่ดาวบนฟ้า

“ใช่ อยากทำอะไรก็ได้ ไม่ต้องถูกตีด้วย” โรเบอร์โต้พูดต่อ ก่อนจะหันไปมองหน้าลุค ก่อนจะรีบขอโทษ

“ขอโทษว่ะ ไม่ได้ตั้งใจพูดกระทบกระเทียบนายหรอกนะ” ลุคส่ายหน้าไม่ติดใจกับสิ่งที่โรเบอร์โต้พูด และพูดเชิงปรึกษาขึ้นว่า

“ช่างเถอะ ฉันก็คิดเรื่องนี้มาสักพักแล้ว ถ้าออกจากร้านก็กลัวคุณพ่อที่โบสถ์จะเดือดร้อน”

“ไม่ต้องกลัวหรอก ใครๆ ก็รู้ว่านายโดนอะไรมาบ้างตอนที่อยู่ที่ร้านนั้นน่ะ คุณพ่อนิโคลัสใจดีจะตายต้องเข้าใจนายแน่ๆ” ดาเนลล่าสนับสนุน

“ฉันก็ว่าอย่างนั้น” ฟรานเชสโก้เห็นด้วย

“เงียบก่อน!

จู่ๆ ซัลวาโทรีน่าก็กระเด้งตัวลุกขึ้นยืนพร้อมกับร้องเตือน ทำให้ทุกคนที่ลุกขึ้นยืนตาม

“มีอะไรงั้นเหรอ รีน่า” ดาเนลล่าถามอย่างตื่นเต้นพร้อมกับกวาดตามองไปรอบๆ

“มี คนกำลังมา ฉันได้ยินเสียงกระพรวนเตือนภัยสั่น” ซัลวาโทรีน่าบอกเหตุ เพราะเป็นเด็กจรจัดที่อยู่กันโดยลำพัง จึงต้องมีแผนป้องกันตัวไว้บ้าง และกระพรวนเตือนภัยก็คือมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างหนึ่งของพวกเธอ เพื่อป้องกันคนที่จะเข้ามาทำร้าย

“อาจเป็นลมพัดก็ได้” โรเบอร์โต้พยายามคิดในแง่ดี แต่ทุกคนก็ไม่ประมาทจึงเดินมารวมกลุ่มล้อมรอบดาเนลล่าซึ่งตัวเล็กที่สุดเอาไว้

“ไม่ใช่หรอก เป็นคนแน่ๆ” ฟรานเชสโก้พูดพร้อมกับมองหาทางหนีทีไล่

“บางทีอาจเป็นมาริโอ้ มาตามฉันก็ได้” ลุคเอ่ยชื่อเจ้าของร้านอาหารที่รับเลี้ยงเขา

“ก็ไม่แน่ ป้องกันไว้ก่อนแล้วกัน ร็อบนายพาเนลหลบไปทางท่อระบายน้ำก่อน เดี๋ยวฉัน ลุค และฟรานจะคอยคุมหลังให้”

ซัล วาโทรีน่ารีบสั่งการทันที ในบรรดาทั้งห้าคน ซัลวาโทรีน่ามีไหวพริบเอาตัวรอดเก่งที่สุด แต่ก่อนที่พวกเด็กๆ จะขยับตัว เสียงปืนนัดหนึ่งก็ดังขึ้น ทำให้ทุกคนชะงักในทันที

“จะ หนีไปไหนกันเหรอ เจ้าหนูสกปรก” เสียงเหี้ยมดังมาจากมุมมืดหนึ่งของตึกร้าง ก่อนจะปรากฏร่างผู้ชายสองคนย่างสามขุมเข้ามาใกล้กองไฟที่พวกเด็กๆ ยืนอยู่

“อัลเบอร์โต้!” ฟรานเชสโก้ร้องขึ้นอย่างตกใจ พลางกลืนน้ำลายลงคอ

อัล เบอร์โต้ มาฟิโอโซ่ เป็นหัวหน้าหน่วยของแก๊งมาฟิโอโซ่ แก๊งมาเฟียที่ใหญ่ที่สุดและเก่าแก่ที่สุดในปาเลอร์โม แล้วคนคนนี้มาทำอะไรที่นี่ล่ะ

“ใช่ ฉันเอง ในเมื่อแกรู้จักฉันดี แล้วยังกล้าขโมยของในห้างที่ฉันคุมอยู่อีกเหรอเนี่ย แกนี่ใจกล้ามากเลยนะ” อัลเบอร์โต้พูดพลางโยนบุหรี่ในมือลงพื้นพลางใช้เท้าบดขยี้

ลุ คมองฟรานเชสโก้ที่ยืนตัวสั่นด้วยความกลัว จึงรู้ว่าคนที่อัลเบอร์โต้พูดถึงคือ ฟรานเชสโก้นั่นเอง แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังไม่เข้าใจ ทำไมผู้ใหญ่อย่างอัลเบอร์โต้ต้องมาหาเรื่องกับเด็กจรจัดอย่างพวกเขาด้วย

“แกมาที่นี่ทำไม” ซัลวาโทรีน่าถามขึ้นอย่างไม่กลัวเกรง

ลูกน้องคนหนึ่งเดินเข้ามากระซิบบอกบางอย่างกับอัลเบอร์โต้พลางพยักพเยิดหน้าไปทางซัลวาโทรีน่า

นั่นเป็นลางที่ไม่ดีเลย ลุคคิด เขาทำงานในร้านอาหารได้ยินข่าวลือแปลกๆ มาหลายเรื่อง หนึ่งในนั้นก็คือ พฤติกรรมทางเพศที่วิปริตของผู้ชายตรงหน้า

“รี น่า เธอกับเนลต้องหนีไปก่อน มันไม่ได้มาทวงของที่เราขโมยหรอก แต่มันอยากได้อย่างอื่นมากกว่า” ลุคกระซิบบอกเพื่อนหญิงทั้งสองคนพลางหันไปมองหน้าโรเบอร์โต้

“ร็อบ นายต้องพารีน่ากับเนลหนีไปถ้ามีโอกาส ใช้เส้นทางในท่อระบายน้ำที่มีแต่นายเท่านั้นที่รู้นะ พวกมันจะตามไม่ได้” ลุคพูดต่อพลางก้าวออกไปยืนข้างหน้าเสมอกับฟรานเชสโก้ ซึ่งกำลังมองลุคอยู่เช่นกัน

“นายรู้อะไรมางั้นเหรอ ลุค”

“ฉันว่าที่นายขโมยอาหารพวกนั้นมาได้ ไม่ใช่เพราะคนงานเลินเล่อหรอก”

ลุ คพูดเบาๆ กับฟรานเชสโก้  เด็กชายจึงพยักหน้ารับอย่างพอเดาเรื่องต่อได้ แม้ในบรรดาพวกเขาทั้งห้าซัลวาโทรีน่ามีไหวพริบในการเอาตัวรอดมากที่สุด แต่คนที่เฉลียวฉลาดที่สุดคือลุค และเพราะความฉลาดที่ไม่เหมือนใคร ลุคจึงมักจะเงียบเพราะใช้ความคิดในหัวตลอดเวลา

 คุณ พ่อนิโคลัสพูดเสมอว่าลุคเป็นเด็กอัจฉริยะ มีสมองที่ไม่เหมือนเด็กทั่วไปแต่เพราะยังเด็กอยู่มาก สมองเขาก็เลยตามความคิดที่รวดเร็วและเฉียบคมไม่ทัน ต้องรอให้ร่างกายและจิตใจเข้มแข็งและพร้อมกว่านี้ก่อน จึงจะตามทัน ดังนั้นคุณพ่อจึงอยากให้ลุคได้รับการอุปการะ และหวังว่าครอบครัวใหม่ที่มารับลุคไปเลี้ยงจะให้การสนับสนุนและส่งเสริมให้ ความเป็นอัจฉริยะของลุคเปล่งประกายในทางที่ถูกที่ควร ให้สมกับที่พระเจ้าได้มอบพรสวรรค์มาให้แก่เขา ไม่ต้องจมปลักออยู่ในสลัมจนเสียอนาคต

ใน ช่วงคับขันนี่เอง ทุกคนจึงได้เห็นความสามารถที่ซุกซ่อนไว้ของลุค เด็กชายผู้เงียบขรึมได้แสดงออกมาโดยอัตโนมัติเมื่อรู้ถึงภัยอันตรายที่จะ เกิดขึ้น

เปรี้ยง!

เสียงปืนดังขึ้นอีกนัดที่ด้านหลังพวกเด็กๆ พวกเขาถูกล้อมไว้แล้ว

“อย่า คิดหนีเชียว เอาละ ฉันจะไม่พูดมากหรอกนะ เพื่อชดใช้หนี้ของที่แกขโมยมา ก็ส่งตัวเด็กผู้หญิงสองคนนั่นมาให้ฉันซะ แล้วฉันจะปล่อยพวกแกที่เหลือไป ก็แค่นั้น”

“ไม่มีทาง!” ฟรานเชสโก้ตะโกน

“ฉันเป็นคนเอาของของแกมาเอง ถ้าจะฆ่าฉันละก็เข้ามาเลย”

“แหมๆ ไอ้เด็กน้อย กล้าดีเหมือนกันนี่ แต่ฉันไม่อยากได้ลูกน้องเด็กๆ หรอก” อัลเบอร์โต้พูดดูถูกก่อนจะสั่งลูกน้องให้เข้าไปจับตัวซัลวาโทรีน่าและดาเนล ล่าทันที

“กรี๊ด!

ดา เนลล่ากรีดร้องขึ้นทันทีที่ถูกคว้าตัวไปได้ ในขณะที่โรเบอร์โต้รีบคว้าไม้จากที่ซ่อนมาฟาดหลังคนที่อุ้มตัวดาเนลล่าไว้ ทันที ทำให้ชายคนนั้นคลายอ้อมแขนจนดาเนลล่าดิ้นหลุดออกมาได้ โรเบอร์โต้จึงรีบคว้าแขนดาเนลล่า แล้วพาวิ่งไปที่ช่องทางหลบหนีที่พวกเขาเตรียมไว้ พลางร้องเร่งรัดซัลวาโทรีน่า

“รีน่า หนีเร็ว”

ฟราน เชสโก้และลุคตรงเข้าไปขวางผู้ชายสองคนที่พุ่งตัวไปจับซัลวาโทรีน่า เพื่อประวิงเวลาให้เด็กหญิงวิ่งหนีตามโรเบอร์โต้ไป แต่พวกเขาลืมคิดถึงอัลเบอร์โต้ ชายหนุ่มตรงเข้ามาคว้าตัวเด็กหญิงทันที

“จะ หนีไปไหน แหมของดีๆ อย่างนี้ ฉันไม่ยอมให้หลุดมือไปหรอก ตามเด็กผู้หญิงอีกคนหนึ่งไป ส่วนเด็กคนนี้ฉันจะเอาไปเอง” พูดจบอัลเบอร์โต้ก็หันมาลากตัวซัลวาโทรีน่าจากไป เด็กหญิงกรีดร้องพร้อมกับดิ้นรนสุดแรง และกัดแขนอัลเบอร์โต้เต็มเขี้ยวจนชายหนุ่มร้องเสียงหลงจึงบันดาลโทสะฟาดฝ่า มือตบหน้าเด็กหญิงสุดแรงจนสลบไป

“รีน่า!” ลุคร้องเรียกเมื่อเห็นเพื่อนทรุดฮวบลง พร้อมๆ กับเตะผ่าหมากผู้ชายที่เขาขวางไว้ ในขณะที่ฟรานเชสโก้ก็ใช้ไม้ฟาดซ้ำที่ก้านคอมันจนสลบไป แล้วปืนของชายผู้นั้นก็ร่วงลงตรงหน้า ลุคก้มลงหยิบปืนมาถือไว้

“หยุดนะ! อย่าพารีน่าไป!” ลุคตะโกนห้ามสลับกับฟรานเชสโก้ แต่ไม่อาจตามไปได้ในทันที ยังเหลือลูกน้องอีกคนที่โรเบอร์โต้ตีจนเสียหลักไปในตอนแรกโดดเข้ามาขวางหน้า

“หลีกไป!อย่ามาขวางพวกเรานะ” ลุคตะโกนก้องพลางเล็งปืนเขม็ง ก่อนจะเหนี่ยวไกทันทีอย่างไม่ต้องคิด

เปรี้ยง!

เสียงปืนคำรามลั่นพร้อมกับร่างผู้ชายที่ขวางหน้าเด็กทั้งสองอยู่ล้มลง

อัลเบอร์ โต้หันขวับมองตามเสียงปืน ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อเห็นลูกน้องลงไปนอนกองอยู่กับพื้น เลือดสีแดงฉานเปรอะอยู่บริเวณหน้าอก...ตำแหน่งของหัวใจ ก่อนจะหันไปสบตากับคนที่ลงมือ

ลุ คยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นตาจ้องเขม็งไปข้างหน้า ในมือถือปืนอยู่ในท่าเตรียมพร้อมลั่นไกราวกับทหารหาญที่ฝึกฝนมาอย่างดี สิ่งเดียวที่เรียกสติของอัลเบอร์โต้ให้กลับมาก็คือ ดวงตาของหมาจนตรอกนั่น

                “ไอ้ลูกหมา แกฆ่าลูกน้องฉัน!” อัลเบอร์โต้คำรามลั่นพร้อมกับทิ้งร่างที่หมดสติของซัลวาโทรีน่าลง ก่อนจะควักปืนตัวเองออกมายิงลุค แต่ช้ากว่าเด็กชายที่เล็งปืนอยู่ก่อนแล้ว และเขาก็ทำในสิ่งที่เด็กธรรมดาไม่ทำ

เปรี้ยง!

 

24 ปีก่อนหน้านี้

กรุงเทพ, ประเทศไทย

“คุณคล้าย ทำไมต้องฝากยายพลอยไว้กับคุณน้าด้วย” สมโภชถามภรรยาขณะขับรถไปร้านอาหารเรือนพระจันทร์

“ก็ คุณต้องย้ายไปเป็นผู้พิพากษาในถิ่นที่ห่างไกลและทุรกันดารขนาดนั้น ฉันไม่อยากให้ลูกไปตกระกำลำบากกับเราด้วยนี่คะ แหมถ้าคุณแม่ยังอยู่ ฉันก็ไม่เอาไปฝากคุณน้าหรอกค่ะ”

คล้าย จันทร์ตอบด้วยน้ำเสียงเป็นทุกข์เป็นร้อนเสียเต็มปะดา แต่สมโภชรู้จักภรรยาของเขาดี สิ่งเดียวที่คล้ายจันทร์ยอมไม่ได้ก็คือ ถ้าต้องพ่ายแพ้เหมือนจันทร์ลูกพี่ลูกน้องของเธอ แม้ตอนนี้เหมือนจันทร์จะไม่ได้อยู่บนโลกใบนี้แล้วก็ตาม

“แม้แต่ตอนนี้คุณก็ไม่มีความสุขงั้นเหรอ คุณคล้าย” สมโภชถามเสียงเบา ไม่บ่งบอกอารมณ์ว่าอยู่ในอารมณ์แบบไหน

คล้ายจันทร์มองสามีที่มองทางข้างหน้าอย่างตั้งใจขับรถ ก่อนจะตอบกลับเสียงอ้อมแอ้มว่า

“ฉันมีความสุขเสมอเมื่ออยู่กับคุณ ทำไมถามแบบนี้ล่ะ”

“แต่คุณกังวลเรื่องของคุณเหมือนอยู่ตลอดเวลา” สมโภชติง แต่ก็ต้องชะงักเมื่อภรรยาเอื้อมมือมาจับแขนเขาไว้

“จอดรถก่อนได้ไหมคะ เราต้องคุยกัน ขับไปคุยไปแบบนี้อันตรายค่ะ”

รถ วอลโว่สีน้ำเงินจอดสนิทที่ริมถนน แล้วสมโภชก็หันไปมองหน้าภรรยาตัวเอง เขาหลงรักคล้ายจันทร์เพราะเธอมีทุกอย่างที่เขาไม่มี เฉลียวฉลาด ช่างพูด และมั่นใจในตัวเอง แม้จะเอาแต่ใจตัวอยู่บ้าง แต่ก็ไม่มากจนถึงกับเอาเปรียบผู้อื่น

ข้อ เสียเพียงอย่างเดียวที่แก้ไม่หายก็คือ ความขี้น้อยใจซึ่งเกิดจากการเลี้ยงดูแบบผิดๆ จากคนที่เขาไม่อยากจะกล่าวโทษ เพราะได้จากโลกนี้ไปนานแล้ว

“ฉัน เลิกกังวลเรื่องของเหมือนตั้งแต่ยายนั่นทำลายตัวเองแล้วล่ะ ทำไมคุณต้องพูดเหมือนต่อว่าฉันด้วย” คล้ายจันทร์ย้อนถามด้วยน้ำเสียงน้อยใจ นั่นทำให้สมโภชใจอ่อนยวบลง

สมโภช ถอนหายใจเบาๆ เพราะอย่างนี้เขาถึงต้องให้ความรักกับผู้หญิงคนนี้อย่างมากมาย เพราะเธอมอบความหมายในการมีชีวิตอยู่ให้แก่เขา ดังนั้นเขาจึงต้องมอบความรักในส่วนที่เธอขาดไปให้เธอ นั่นคือคำสัญญาเมื่อผู้หญิงคนนี้เลือกที่จะรักเขา ทั้งๆ ที่เขาไม่มีอะไรที่เทียบเคียงกับเธอได้เลย

“บริษัท ของคุณพ่อ มีคุณน้าเป็นหุ้นส่วนใหญ่ ฉันในตอนนี้หรือแม้แต่ในอีกสิบปีข้างหน้าก็คงจะเอามันคืนมาไม่ได้ แต่ถ้าเป็นยายพลอยก็ไม่แน่” คล้ายจันทร์พูดพลางสูดหายใจกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหล

“ฉัน คุมบัญชีของบริษัท ฉันรู้ดี คุณน้าช่วยเหลือคุณพ่อไว้เยอะแค่ไหน และเพราะอย่างนั้น ฉันจะยอมให้คุณน้ายกหุ้นในบริษัทมูนไลท์ไดมอนด์ให้แก่หลานคนอื่นไม่ได้เด็ด ขาด” คล้ายจันทร์พูดด้วยน้ำเสียงมาดมั่น

“ฉัน รู้ว่าฉันไม่มีทางเป็นนักธุรกิจที่เก่งกาจได้ ฉันจึงต้องให้คนที่เก่งกาจมาสอนยายพลอยแทนฉัน คนคนนั้นก็คือคุณน้าชมไงล่ะ ฉันผิดงั้นเหรอที่ทำแบบนี้ และคุณคิดว่าการที่ฉันทำแบบนี้เพราะฉันไม่มีความสุขที่อยู่กับคุณงั้นเหรอ ค่ะ”

สมโภช ดึงภรรยาเข้ามากอดราวกับโอบกอดเด็กน้อยอยู่ พลอยจันทร์ที่อยู่ในอ้อมกอดของผู้เป็นแม่ ก็เลยถูกกอดไปด้วย เด็กน้อยเลยดิ้นขลุกขลักเพราะโดนบีบจนอึดอัด

“ฉัน มีความสุขเสมอที่มีคุณเป็นสามีนะ แต่ฉันก็มีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ คุณจะหาว่าฉันเห็นแก่เงินอีกละสิ” คล้ายจันทร์กระเง้ากระงอดใส่ สมโภชเลยหัวเราะเบาๆ

“คุณ นี่ ช่างกะช่างเกณฑ์เสียจริงๆ เอาละ ผมไม่ยุ่งเรื่องนี้ก็ได้ แต่สัญญากับผมอย่างหนึ่งได้ไหม” สมโภชคลายอ้อมกอดปล่อยภรรยา พลางจ้องเข้าไปในดวงตาของคล้ายจันทร์

“สัญญาอะไรเหรอคะ”

“ให้ ลูกได้เลือกเส้นทางของตัวเองเถอะ เมื่อลูกโตขึ้นหากแกไม่อยากสืบทอดบริษัทของคุณตา แกก็ควรมีสิทธิ์เลือกเส้นทางของตัวเอง เหมือนกับคุณที่ได้เลือกเส้นทางของคุณเองเหมือนกัน ได้ไหมครับ” สามีขอร้องเสียงอ่อน

คล้าย จันทร์เบิกตาขึ้น แต่เพราะสายตาจริงจังและเหตุผลที่เขายกขึ้นมาอ้าง ทำให้เธอต้องยอมรับ เธอเองก็เลือกที่จะแต่งงานกับผู้ชายคนนี้แทนที่จะเป็นคนที่พ่อแม่คิดว่า เหมาะสม

“นั่นสินะ ก็ได้ค่ะ ฉันสัญญา ถ้ายายพลอยไม่ชอบจริงๆ ฉันก็จะถอย และปล่อยเรื่องนี้ไป”

พลอย จันทร์ในวัยสามขวบมองหน้าพ่อกับแม่สลับกันไปมาอย่างสนใจ พวกผู้ใหญ่คุยอะไรกันนะ แต่เด็กน้อยไม่สนใจเรื่องพวกนั้นหรอก เธอแค่ดีใจที่วันนี้คุณแม่พาไปเล่นกับพวกพี่เพียงกับพี่พิมพ์มากกว่า และก็อยากไปถึงบ้านคุณยายเร็วๆ แต่รถกลับมาหยุดอยู่กับที่เสียนี่ แล้วเมื่อไรจะได้เล่นกันล่ะ

“ป่าป๊า ปรึ๊นๆ เย้วๆ”

สมโภชหัวเราะคำสั่งของลูกสาว ก่อนจะขยับตัวเพื่อสับเกียร์แล้วเคลื่อนรถออกไป


[1] Si (ซี) ภาษาอิตาลี แปลว่า ใช่

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
พลอยจันทร์ version หนูน้อย  ก็น่ารักไม่แพ้หนูแองจี้ของแม่เพียงใช่ไหมล่ะ ฮิฮิ
ให้ความรักเธอมากๆ นะคะ เพราะเธอคนนี้เป็นถึงเจ้าหญิงเชียวน้า 555 ^__^V

ตัวอย่างตอต่อไป

“ผมฝากลูกด้วยครับ ต้องรบกวนคุณน้าอีกตามเคย”

“ไม่ เห็นเป็นไรนี่ แต่ขอบอกซะก่อน ให้แล้วให้เลยนะ ฉันจะเลี้ยงยังไงก็เป็นเรื่องของฉัน อย่ามาโวยวายทีหลังละกัน ว่าฉันทำให้ลูกสาวเธอกระด้างกระเดื่องกับแม่มันก็แล้วกัน”

คุณยายชมจันทร์ของพวกเราไม่ว่าอดีตหรือปัจจุบันก็แร็ง! ใช่ไหมคะ ^__^V


Post Comment

Statistic

Date posted: 2 years ago.
Date modified: 7 months ago.
Overall Viewed: 209,571 times
Monthly Viewed: 189 times
Rated: 15 times
Favorited: 24 times
Commented: 33 times
Player

Advertise

TSWriter.com - Reader and Writer Community. - Terms of Use and Disclaimer - Advertisement

©2009 All Rights Reserved.